4 ทางเลือกอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า
อัพเดทล่าสุด: 22 พ.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม

ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เพื่อนำมาเปิดรับฟังความเห็นประชาชน ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย. 2569
สำหรับรายละเอียดอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 5 แอมป์ และ 2.กลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าเกิน 5 แอมป์ โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะเปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้าแบบแบ่งเป็น 4 กรณี
โดยกลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 5 แอมป์ อัตราค่าไฟฟ้าก้าวหน้า หรืออัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดถูกแบ่งเป็น 4 กรณีดังนี้
ผู้ใช้ไฟฟ้า 0-15 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2.3488 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาใหม่ทั้ง 4 กรณี กำหนดให้เป็นราคาเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้ใช้ไฟฟ้า 16-25 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2.9882 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาใหม่ทั้ง 4 กรณี กำหนดให้เป็นราคาเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้ใช้ไฟฟ้า 26-200 หน่วย อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 กรณี มีการปรับลดลงให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่ราคา 3-4 บาทต่อหน่วย เช่น ผู้ใช้ไฟฟ้า 26-35 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.2405 บาทต่อหน่วย, ผู้ใช้ไฟฟ้า 36-100 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.6237 บาทต่อหน่วย, ผู้ใช้ไฟฟ้า 101-150 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.7171 บาทต่อหน่วย และผู้ใช้ไฟฟ้า 151-200 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 และ 2 กำหนดให้ราคาเท่าเดิม แต่หากเป็นกรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.4917 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 401-500 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.9835 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
และผู้ใช้ไฟฟ้า 501 หน่วยขึ้นไป ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0357 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
ต่อมาเป็นกลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าเกิน 5 แอมป์ อัตราค่าไฟฟ้าก้าวหน้า หรืออัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดถูกแบ่งเป็น 4 กรณีดังนี้
ผู้ใช้ไฟฟ้า 0-200 หน่วย อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 กรณีจะลดลง ทำให้ค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากเดิมผู้ใช้ไฟฟ้า 0-150 หน่วย มีค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย และเดิมผู้ใช้ไฟฟ้า 151-200 หน่วยต่อเดือน มีค่าไฟฟ้า 4.2218 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย ค่าไฟฟ้าใหม่จะถูกปรับขึ้นเฉพาะกรณีที่ 3 เพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณที่ 4 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.4917 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย
ผู้ใช้ไฟฟ้า 401-500 หน่วย ค่าไฟฟ้าใหม่ถูกปรับขึ้นทั้ง 4 กรณี จากค่าไฟฟ้าปัจจุบัน 4.4217 บาทต่อหน่วย โดยกรณีที่ 1 จะปรับขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 จะปรับขึ้น 0.9835 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 จะปรับขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะปรับขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
และผู้ใช้ไฟฟ้า 501 หน่วยขึ้นไป ค่าไฟฟ้าใหม่จะถูกปรับขึ้นทั้ง 4 กรณี จากค่าไฟฟ้าปัจจุบันที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย โดยกรณีที่ 1 จะปรับขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 จะปรับขึ้น 1.0357 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 จะปรับขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะปรับขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตามการปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดนี้ จะส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้า400 หน่วยขึ้นไปต้องจ่ายค่าไฟฟ้าประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย โดยเป็นการปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย และให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าแทน ซึ่งสำนักงาน กกพ. ชี้แจงว่า ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก จะได้ค่าไฟฟ้าถูกลงเท่ากันเหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าเองว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้เท่าไหร่เพื่อให้ได้รับค่าไฟฟ้าถูกลง ส่วนทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เลือกแนวทางอัตราค่าไฟฟ้ากรณีที่ 4 และเสนอต่อ กกพ. พิจารณา แต่ทั้งนี้ ทาง กกพ. ยังต้องฟังความเห็นประชาชนก่อนว่าควรเลือกแนวทางกรณีไหน
ทั้งนี้หากในอนาคตกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามากที่แบกรับภาระค่าไฟฟ้า ปรับลดการใช้ลง ทาง กกพ. อาจต้องกลับมาทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดใหม่ โดยปกติจะทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าทุกๆ 5 ปี ปัจจุบันไทยใช้โครงสร้างค่าไฟฟ้าของปี 2564-2568 อยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า หรือขั้นบันไดนี้ ถือเป็นการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประเทศใหม่ในรอบ 5 ปีพอดี
หลังจากการเปิดรับฟังความเห็นอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดดังกล่าวเสร็จสิ้นลง ทางสำนักงาน กกพ. จะเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อพิจารณาและจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนในรอบบิลเดือน ก.ค. 2569 เป็นต้นไป
สำหรับรายละเอียดอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 5 แอมป์ และ 2.กลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าเกิน 5 แอมป์ โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะเปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้าแบบแบ่งเป็น 4 กรณี
โดยกลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 5 แอมป์ อัตราค่าไฟฟ้าก้าวหน้า หรืออัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดถูกแบ่งเป็น 4 กรณีดังนี้
ผู้ใช้ไฟฟ้า 0-15 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2.3488 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาใหม่ทั้ง 4 กรณี กำหนดให้เป็นราคาเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้ใช้ไฟฟ้า 16-25 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2.9882 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาใหม่ทั้ง 4 กรณี กำหนดให้เป็นราคาเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้ใช้ไฟฟ้า 26-200 หน่วย อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 กรณี มีการปรับลดลงให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่ราคา 3-4 บาทต่อหน่วย เช่น ผู้ใช้ไฟฟ้า 26-35 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.2405 บาทต่อหน่วย, ผู้ใช้ไฟฟ้า 36-100 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.6237 บาทต่อหน่วย, ผู้ใช้ไฟฟ้า 101-150 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 3.7171 บาทต่อหน่วย และผู้ใช้ไฟฟ้า 151-200 หน่วย ปัจจุบันอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 และ 2 กำหนดให้ราคาเท่าเดิม แต่หากเป็นกรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.4917 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 401-500 หน่วย ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.9835 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
และผู้ใช้ไฟฟ้า 501 หน่วยขึ้นไป ปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 1 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 1.0357 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
ต่อมาเป็นกลุ่มครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ที่มิเตอร์ไฟฟ้าเกิน 5 แอมป์ อัตราค่าไฟฟ้าก้าวหน้า หรืออัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดถูกแบ่งเป็น 4 กรณีดังนี้
ผู้ใช้ไฟฟ้า 0-200 หน่วย อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 กรณีจะลดลง ทำให้ค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากเดิมผู้ใช้ไฟฟ้า 0-150 หน่วย มีค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย และเดิมผู้ใช้ไฟฟ้า 151-200 หน่วยต่อเดือน มีค่าไฟฟ้า 4.2218 บาทต่อหน่วย
ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย ค่าไฟฟ้าใหม่จะถูกปรับขึ้นเฉพาะกรณีที่ 3 เพิ่มขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณที่ 4 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.4917 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย
ผู้ใช้ไฟฟ้า 401-500 หน่วย ค่าไฟฟ้าใหม่ถูกปรับขึ้นทั้ง 4 กรณี จากค่าไฟฟ้าปัจจุบัน 4.4217 บาทต่อหน่วย โดยกรณีที่ 1 จะปรับขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 จะปรับขึ้น 0.9835 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 จะปรับขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะปรับขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
และผู้ใช้ไฟฟ้า 501 หน่วยขึ้นไป ค่าไฟฟ้าใหม่จะถูกปรับขึ้นทั้ง 4 กรณี จากค่าไฟฟ้าปัจจุบันที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย โดยกรณีที่ 1 จะปรับขึ้น 1.0234 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 2 จะปรับขึ้น 1.0357 บาทต่อหน่วย, กรณีที่ 3 จะปรับขึ้น 0.5428 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 4 จะปรับขึ้น 0.5881 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตามการปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดนี้ จะส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้า400 หน่วยขึ้นไปต้องจ่ายค่าไฟฟ้าประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย โดยเป็นการปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย และให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าแทน ซึ่งสำนักงาน กกพ. ชี้แจงว่า ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก จะได้ค่าไฟฟ้าถูกลงเท่ากันเหลือ 3 บาทต่อหน่วย จากนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าเองว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้เท่าไหร่เพื่อให้ได้รับค่าไฟฟ้าถูกลง ส่วนทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เลือกแนวทางอัตราค่าไฟฟ้ากรณีที่ 4 และเสนอต่อ กกพ. พิจารณา แต่ทั้งนี้ ทาง กกพ. ยังต้องฟังความเห็นประชาชนก่อนว่าควรเลือกแนวทางกรณีไหน
ทั้งนี้หากในอนาคตกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามากที่แบกรับภาระค่าไฟฟ้า ปรับลดการใช้ลง ทาง กกพ. อาจต้องกลับมาทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดใหม่ โดยปกติจะทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าทุกๆ 5 ปี ปัจจุบันไทยใช้โครงสร้างค่าไฟฟ้าของปี 2564-2568 อยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า หรือขั้นบันไดนี้ ถือเป็นการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประเทศใหม่ในรอบ 5 ปีพอดี
หลังจากการเปิดรับฟังความเห็นอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดดังกล่าวเสร็จสิ้นลง ทางสำนักงาน กกพ. จะเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อพิจารณาและจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนในรอบบิลเดือน ก.ค. 2569 เป็นต้นไป
บทความที่เกี่ยวข้อง
จากวิกฤตพลังงานไม่ใช่แค่ “น้ำมัน” เท่านั้นที่แพงขึ้น แต่อัตราค่าไฟฟ้าอาจสูงขึ้นด้วย ดังนั้น หลายบ้านเลยมองหาทางเลือกอย่างโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทว่าเมื่อไปดูแพ็คเกจการติดตั้งก็เห็นราคาหลักแสนกันทั้งนั้น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Solar Rooftop ยังแพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น และติดตั้งแล้วจะคุ้มไหม
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เผยขยับราคาดีเซลแตะ 33 บาทต่อลิตร หลังราคาตลาดโลกพุ่งแรงเป็นประวัติการณ์ โดยกองทุนน้ำมัน แบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อเดือน


